มะยงชิด /มะปราง

“มะยงชิด” ผลไม้เมืองร้อน มีลักษณะผลคล้ายไข่ไก่ ผิวของผลเรียบเกลี้ยง เมื่อดิบผลมีสีเขียว แต่หากแก่จัด พร้อมรับประทาน ผลจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอมส้มทั่วทั้งผล เมื่อปอกเปลือกออกออกเนื้อด้านในจะสีฉ่ำ เนื้อแน่น รสชาติหวานอมเปรี้ยว คุณค่าทางอารของมะยงชิดคือมีเบต้าแคโรทีน แคลเซียม ฟอสฟอรัส ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน รวมทั้งวิตามินบี และซีสูง แหล่งที่ขึ้นชื่อที่สุดในการปลูกมะยงชิดคือ จ.นครนายก มีพื้นที่ปลูกราว 6,000 กว่าไร่ โดยมีสายพันธุ์ที่สำคัญ เช่น ทูลเกล้า เพชรกลางดง บางขุนนนท์ แก้วกลางดง ลุงฉิม ฯลฯ แต่ที่ขึ้นชื่ออันดับหนึ่งต้องมะยงชิดพันธุ์ทูลเกล้า มีผลดกมาก สีสวย  ขนาดใหญ่เสมอกันทุกพวง เมล็ดลีบ เมื่อแก่จัดจะมีผลสีเหลืองออกส้ม เนื้อด้านในแน่น  สีเหลืองฉ่ำ แม้จะคุ้นเคยกับรสชาติกันดีแต่หลายคนยังสับสนว่ามะปรางและมะยงชิดนั้นแตกต่างกันอย่างไร ซึ่งผู้เฒ่าผู้แก่บอกต่อกันมาว่า ที่แท้แล้วมะยงชิดก็เป็นผลไม้ในตระกูลมะปราง ที่แบ่งออก เป็นมะปรางหวาน มะปรางเปรี้ยว มะยงชิด มะยงห่าง และกาวาง โดย “มะปราง” ถือเป็นผลไม้คู่บ้านคู่เมืองมาตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย ปลูกกันอยู่ใน จ.พิษณุโลก จ.พิจิตร จ.อุตรดิตถ์ และ จ.กำแพงเพชร เมื่อถึงสมัยกรุงศรีอยุธยา ได้มีการนำลงมาปลูกแถบภาคกลางและปริมณฑล ซึ่งการปลูกในแต่ละพื้นที่ทำให้เกิดการกลายพันธุ์ สำหรับ “มะยงชิด” เริ่มมาปรากฏในบันทึกสมัยรัตนโกสินทร์ ว่ามะยงก็คือมะปรางพันธุ์หนึ่งในสมัยรัชกาลที่ 5 เรียกกันว่า “มะปรางเสวย” มีลักษณะผลใหญ่คล้ายไข่ไก่ รสชาติหวานอร่อย ในส่วนของมะยงนั้นสามารถจำแนกได้ 2 พวก คือ พวกที่มีรสหวานมากกว่ารสเปรี้ยว เรียกว่า "มะยงชิด" และพวกที่มีรสเปรี้ยวมากกว่ารสหวาน เรียกว่า "มะยงห่าง" เนื่องจากมีรสเปรี้ยวทำให้ไม่ค่อยได้รับความนิยม ทุกวันนี้เราจึงคุ้นเคยกันแต่มะยงชิด โดยข้อสังเกตระหว่างมะปรางกับมะยงชิดนั้นอยู่ที่มะยงชิดจะมีผลใหญ่ เนื้อสีเหลืองแกมส้ม รสชาติหวานอมเปรี้ยวหรือเปรี้ยวอมหวาน และไม่มียาง แต่หากเป็นมะปราง ผลจะเล็กกว่า เนื้อมีสีเหลือง รสหวาน แต่มียาง โดยผลไม้ทั้ง 2 ชนิดนี้ หากรับประทานผลสดไม่หมด สามารถนำมา "ริ้ว" ทำเป็นลอยแก้ว หรือนำมาทำขนมทั้งไทยและเทศ เช่น ครัมเบิลมะยงชิด คอบเบอร์มะยงชิด ไอศกรีมมะยงชิด ฯลฯ
เทศกาล
“งานวันมะยงชิด มะปรางหวาน และของดีนครนายก” จัดช่วงเดือน กุมภาพันธ์ – มีนาคม ของทุกปี บริเวณด้านหน้าศาลากลาง จังหวัดนครนายก

ประโยชน์

1. มะปรางเป็นผลไม้ที่มีวิตามินซี และเบต้าแคโรทีนสูง  
2. ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ และเสริมสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกาย  
3. ช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงของการเกิดโรคต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น มะเร็ง เบาหวาน ความดัน เป็นต้น 
4. มะปรางมีวิตามินช่วยบำรุงและรักษาสายตาได้เป็นอย่างดี  
5. มะปรางมีแคลเซียมและฟอสฟอรัส จึงช่วยบำรุงกระดูกและฟัน  
6. ช่วยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน  
7. ช่วยฟอกโลหิต  
8. ช่วยแก้เสลดทางวัว  
9. ช่วยแก้น้ำลายเหนียว  
10. รากมะปรางมีสรรพคุณเป็นยาแก้อาการไข้กลับ ถอนพิษสำแดง 
11. ใบมะปราง ใช้ทำเป็นยาพอกแก้อาการปวดศีรษะ  
12. น้ำจากต้นใช้เป็นยาอมกลั้วคอ  
13. มะปรางเป็นผลไม้ที่เหมาะกับคนธาตุดิน หรือผู้ที่เกิดในราศีพฤษภ ราศีกันย์ ราศีมังกร และผู้เกิดตามธาตุนี้ ซึ่งมักจะเสี่ยงกับโรคความอ้วน ความดัน เบาหวาน โรคทางเดินหายใจ  

  •  
  • การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สำนักงานใหญ่)

    1600 ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400 ประเทศไทย
    ศูนย์บริการข่าวสารท่องเที่ยว ททท. 1672
    อีเมล์ : att_pdiv@tat.or.th

  • X

    เนื่องจากอาหารและผลไม้ไทย ถือได้ว่าเป็นสินค้าที่แสดงถึงความเป็นไทยที่ได้รับการยอมรับจากคนทั่วโลก จึงเป็นหนึ่งในที่มาของโลโก้ที่ผสมผสานระหว่างความเป็นอัตลักษณ์ของไทยไว้อย่างลงตัว โดยประกอบด้วยวงกลม 3 วง สีส้ม หมายถึง ยิ้มสยาม รอยยิ้มแห่งไมตรี วงกลมสีม่วง มีรูปร่างเหมือนราชินีผลไม้อย่างมังคุด และสุดท้ายสีแดงที่แสดงถึงรสชาติที่จัดจ้าน หมายความถึงอาหารอันเป็นที่เลื่องชื่อในความเผ็ดร้อนครบรสอย่างต้มยำกุ้ง

    DOWNLOAD LOGO