ทุเรียน

เมืองไทยได้ชื่อว่าเป็นแหล่งปลูกและส่งออกทุเรียนรายใหญ่ของโลก โดยตลาดใหญ่ที่สุดไม่ใข่ใครที่ไหนแต่เป็นจีนนั่นเอง จนชาวจีนขอเพิ่มสำนวน “อะไรอร่อยก็สู้ทุเรียนไม่ได้” จากสำนวนจีนโบราณที่มีเพียงว่า “อะไรอร่อยก็สู้เกี๊ยวไม่ได้”
 
ปัจจุบันปฏิเสธไม่ได้ว่า "ทุเรียน" (King of Fruit) ของไทยนั้นโด่งดังไปทั่วโลก ด้วยรสขาติที่เป็นเลิศ อันเป็นผลมาจากพื้นดินที่อุดมสมบูรณ์ จึงเพาะปลูกทุเรียนได้หลายลายพันธุ์ โดยสายพันธุ์ยอดนิยมตลอดกาล มีรายนามดังต่อไปนี้
 
ทุเรียนนนท์
“นนทบุรี” ได้ชื่อว่าเป็นดินแดนที่ปลูกทุเรียนมาเก่าแก่และมีชื่อเสียงมานาน จนกลายเป็นผลไม้เอกลักษณ์ประจำจังหวัด ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของดิน ซึ่งเป็นดินตะกอนสะสมจากแม่นํ้า ทำให้ผลไม้หลายๆ ชนิดที่ปลูกในแถบนี้ โดยเฉพาะทุเรียนมีรสชาติดี หวานมัน นุ่มนวล แตกต่างจากทุเรียนภาคอื่นๆ แต่บางช่วงเวลาทุเรียนนนท์ได้ขาดหายไป จนเป็นที่เข้าใจว่าได้สูญพันธุ์ไปแล้ว อาจเพราะเกิดน้ำท่วมใหญ่ในปี พ.ศ. 2538 จนทำให้สวนทุเรียนส่วนใหญ่ล่ม
หลังจากปี พ.ศ. 2538 เป็นต้นมาจึงดูเหมือนเป็นการเริ่มต้นยุคใหม่ของทุเรียนนนท์ ที่ได้คัดเลือกทุเรียนพันธุ์ดีมาปลูก ได้แก่ “หมอนทอง” และ "ก้านยาว" ทุเรียนนนท์จะมีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ พันธุ์ยอดนิยมอันดับหนึ่งต้องยกให้ก้านยาว ทั้งนี้เพราะได้นำธรรมชาติจากแม่นำเจ้าพระยา โดยชาวสวนจะขุดคลองส่งน้ำเข้าไปตามสวน ไม่ได้ทำเป็นสวนขนาดใหญ่ จึงไม่มีการเร่งให้โต หรือให้สารเคมี ยังคงวิถีธรรมชาติ และภูมิปัญญาที่สั่งสมกันมานาน ประกอบกับดินดีสมบูรณ์ เพราะเป็นพื้นที่ลุ่มรับตะกอนนํ้าที่ไหลผ่านแม่น้ำเจ้าพระยา ยิ่งกว่านั้น ยังใช้ปุ๋ยธรรมชาติที่ได้จากการย่อยสลายของใบทองหลางจากท้องร่องสวนจนเป็นตะกอน แล้วนำไปกลบที่โคนต้นทุเรียน
จุดเด่นของทุเรียนนนท์จะมีรสชาติเข้มข้น มีกลิ่นหอม แกะง่าย แค่กรีดมืดลงไปเล็กน้อยก็แกะได้แล้ว เปลือกไม่หนา ไส้ไม่ใหญ่ ปัจจุบันสวนทุเรียนนนท์ลดน้อยลงไป จะเหลือเพียงที่ ต.ไทรม้า ต.บางรักน้อย และ ต.บ้านกร่าง จ.นนทบุรี เท่านั้น โดยเฉพาะที่ ต.บางรักน้อย สามารถเข้าชม ศูนย์การท่องเที่ยวเกษตรบางรักน้อย เพื่อเรียนรู้วิถีชีวิตของชาวสวนนนท์ และชิมผลไม้ขึ้นชื่อได้แก่ ทุเรียน มังคุด และผลไม้อื่นๆ ได้อีกด้วย
 
ทุเรียนระยอง
ในช่วงเดือนพฤษภาคม- มิถุนายน "ระยอง" ได้ชื่อว่า เป็นหนึ่งในแดนสวรรค์ของผลไม้ ที่มีผลไม้หลากหลายชนิด ทั้งเงาะ มังคุด ทุเรียน ฯลฯ แต่ที่ขึ้นชื่อชั้นอันดับหนึ่งในใจก็ต้อง "หมอนทองระยอง" ตามด้วย "ชะนีระยอง" เดิม "ทุเรียนหมอนทอง" มีถิ่นกำเนิดอยู่ใน จ.นนทบุรี ต่อมาได้มีการขยายพันธุ์ไปปลูกในหลายจังหวัดของไทย โดยเฉพาะที่ระยอง ซึ่งมีการจัดงานประกวดทุเรียนเป็นประจำทุกปี เรียกว่า "งานวันเกษตร และของดีจังหวัดระยอง" ปรากฏว่า "ทุเรียนหมอนทอง" สายพันธุ์ที่ปลูกในพื้นที่ จ.ระยอง สามารถคว้ารางวัลที่ 1 ได้ถึง 3 ปีซ้อน โดยมีลักษณะเฉพาะลายพันธุ์คือ รูปทรงของผลสวย พูเนื้อขนาดใหญ่ เปลือกผลค่อนข้างบาง เมล็ดลีบ ให้เนื้อหนาแน่นและละเอียดเนียน แม้สุกงอมเนื้อจะไม่เละมาก เป็นสีเหลืองเข้ม รสชาติหวานอร่อย ดังนั้น หากใครมาเยือนระยองในช่วงนี้ก็จะพบกับทุเรียนและผลไม้อื่นๆ ที่เพิ่งเก็บจากต้น ในตลาดผลไม้และตามแผงริมทางมากมาย ยิ่งกว่านั้น ยังสามารถเข้าไปเที่ยวชมภายในสวนผลไม้ต่าง ๆ ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเขาไปชมและชิมทุเรียนกันได้สดๆ จากต้น
 
ทุเรียนจันทบุรี
สำหรับคนที่ชื่นชอบ "ทุเรียนจันทบุรี ไม่มีใครไม่รู้จัก "ทุเรียนพวงมณี" ซึ่งกำลังได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ทุเรียนพวงมณีนับเป็นทุเรียนพันธุ์พื้นเมืองมีมาแต่ดั้งเดิม ปลูกมากที่จันทบุรี จุดเด่นคือ มีรสชาติอร่อย หวานจัด เนื้อละเอียดเนียนสีเหลืองเข้ม ทั้งยังทนโรคกว่าพันธุ์อื่นๆ ส่วนอีกพันธุ์ที่กำลังได้รับความนิยมเช่นกันก็คือ "ทุเรียนนกหยิบ" ซึ่งเป็นพันธุ์ดั้งเติมของ จ.นนทบุรี แต่น่าไปปลูกในแถบจันทบุรี ระยอง และตราด มีรสชาติความอร่อยใกล้เคียงกับหมอนทอง แต่จะมีความหวานมันจัดกว่า เนื้อค่อนข้างละเอียดเป็นสีเหลืองเข้ม เมล็ดลีบ ทรงผลเหมือนกับหมอนทอง แต่หนามจะละเอียดและถี่คล้ายพวงมณี รสชาติจะหวานมันตั้งแต่ขณะผลยังห่ามอยู่ และหวานมันจัดเมื่อผลสุกเต็มที่ ขณะที่"พันธุ์นกกระจิบ" ซึ่งคนมักจำสับสนกับพันธุ์นกหยิบนั้น เป็นพันธุ์พื้นเมืองของนนทบุรี เดิมชื่อ "พันธุ์พระศรี" เมื่อนำมาปลูกที่ระยองผลมีขนาดเล็ก รูปทรงคล้ายนกกระจิบ จึงตั้งชื่อใหม่ว่านกกระจิบ
 
ทุเรียนอุตรดิตถ์
หรือเมืองลับแล วันนี้ ถือเป็นเมืองท่องเที่ยววิถีชีวิตชุมชน ที่มีแหล่งท่องเที่ยวน่าสนใจ เช่น "วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง" "วัดพระแท่นศิลาอาสน์" "วัดเจดีย์คีรีวิหาร" (วัดป่าแก้ว) น้ำตก แม่พูล" นอกจากนี้ ยังเป็นเมืองที่เด่นในด้านอาหารการกิน มีของกินพื้นบ้านที่เป็นเอกลักษณ์ ทั้งยังเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะเมืองผลไม้ โดยเฉพาะทุเรียนเลื่องชื่อของ อ.ลับแล จ.อุดรดิตถ์ ที่ชื่อ "หลงลับแล" เดิมเป็นทุเรียนพันธุ์พื้นเมือง แต่ได้มีการผสมข้ามพันธุ์กันไปมา จนได้ทุเรียนพันธุ์ดี "หลงลับแล" ได้ชื่อมาจากเจ้าของต้น คือ นางหลง อุประ ชาวสวนทุเรียนใน อ.ลับแล ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมจากการประกวดทุเรียนของกรมล่งเสรีมการเกษตรและ จ.อุตรดิตถ์ เมื่อปี พ.ศ. 2520 โดยได้รับการรับรองพันธุ์ในปี พ.ศ. 2521 หลังจากนั้นก็ได้มีการนำยอดทุเรียนหลงลับแลจากต้นเดิมมาขยายพันธุ์ด้วยวิธีเสียบยอด ทาบกิ่ง และขยายพันธุ์ต่อมาลักษณะของทุเรียนหลงลับแลจะมีผลขนาดเล็ก เป็นทรงกลมรี ร่องพูไม่ลึก มองดูกลมไปทั้งผล ทุเรียนหลงลับแลนี้นับเป็นพันธุ์เดียวที่มีการพัฒนาและปรับปรุงลายพันธุ์ด้วยตัวเอง คุณสมบัติเด่นคือ กลิ่นไม่แรง เปลือกบาง มีเมล็ดตายเกิน 50% เนื้อละเอียด นุ่ม หอม มัน และไม่หวานจนเกินไป ด้วยความที่ทุเรียนพื้นบ้านพันธุ์นี้ปลูกได้เฉพาะใน  ต.แม่พูล  เท่านั้น  จึงทำให้หารับประทานยาก  โดยฤดูกาลของทุเรียนหลงลับแลจะอยู่ในช่วงเดือนเมษายน – สิงหาคม ด้วยเหตุนี้ ชมรมชาวสวนแม่พูลจึงได้จัดทำเฟซบุ๊ก “หลงลับแล” ขึ้นเพื่อให้สามารถสั่งซื้อได้ทางออนไลน์ โดยจะรายงานราคาทุเรียนเมื่อสั่งซื้อในแต่ละวัน  พร้อมบริการจัดส่งทางไปรษณีย์ นอกจากนี้ทุเรียนทุกลูกยังติดสติกเกอร์รับรองมาตรฐานจากชมรมชาวสวนแม่พูล ว่าเป็นทุเรียนหลงลับแลของแท้อีกด้วย
 
กิจกรรม
แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรศูนย์ส่งเสริม และพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงเกษตรบางรักน้อย (สวนทุเรียนประวัติศาสตร์/ สวนทุเรียนโบราณ) ซ.ไสวพล ต.บางรักน้อย อ.เมือง จ.นนทบุรี โทร.0 2580 0705 นักท่องเที่ยวสามารกชมได้เกือบทั้งปี โดยเฉพาะฤดูกาลเก็บผลผลิตระหว่างเดือน เมษายน-พฤษภาคม และช่วงเทศกาลทุเรียนนนท์ (นัดหมายล่วงหน้า ค่าบริการเข้าชมสวนท่านละ 10 บาท)
 
งานกินทุเรียนนนทบุรี จัดขึ้นระหว่าง 16-26 มิถุนายน ของทุกปี สอบถาม โทร. 0 2921 6230
“เทศกาลทุเรียนและผลไม้ เมืองลับแล” วันที่ 1-3 มิถุนายน ของทุกปี สอบถามเพิ่มเติม โทร.054521127
“ของดีเมืองจันทน์วันผลไม้  สีสันตะวันออก” วันที่ 23-31 พฤษภาคม ของทุกปี สอบถาม เพิ่มเติ่ม โทร.0 3865 5420-1

ประโยชน์
1. มะปรางเป็นผลไม้ที่มีวิตามินซี และเบต้าแคโรทีนสูง  
2. ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ และเสริมสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกาย  
3. ช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงของการเกิดโรคต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น มะเร็ง เบาหวาน ความดัน เป็นต้น 
4. มะปรางมีวิตามินช่วยบำรุงและรักษาสายตาได้เป็นอย่างดี  
5. มะปรางมีแคลเซียมและฟอสฟอรัส จึงช่วยบำรุงกระดูกและฟัน  
6. ช่วยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน  
7. ช่วยฟอกโลหิต  
8. ช่วยแก้เสลดทางวัว  
9. ช่วยแก้น้ำลายเหนียว  
10. รากมะปรางมีสรรพคุณเป็นยาแก้อาการไข้กลับ ถอนพิษสำแดง 
11. ใบมะปราง ใช้ทำเป็นยาพอกแก้อาการปวดศีรษะ  
12. น้ำจากต้นใช้เป็นยาอมกลั้วคอ  
13. มะปรางเป็นผลไม้ที่เหมาะกับคนธาตุดิน หรือผู้ที่เกิดในราศีพฤษภ ราศีกันย์ ราศีมังกร และผู้เกิดตามธาตุนี้ ซึ่งมักจะเสี่ยงกับโรคความอ้วน ความดัน เบาหวาน โรคทางเดินหายใจ  
 

  •  
  • การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สำนักงานใหญ่)

    1600 ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400 ประเทศไทย
    ศูนย์บริการข่าวสารท่องเที่ยว ททท. 1672
    อีเมล์ : att_pdiv@tat.or.th

  • X

    เนื่องจากอาหารและผลไม้ไทย ถือได้ว่าเป็นสินค้าที่แสดงถึงความเป็นไทยที่ได้รับการยอมรับจากคนทั่วโลก จึงเป็นหนึ่งในที่มาของโลโก้ที่ผสมผสานระหว่างความเป็นอัตลักษณ์ของไทยไว้อย่างลงตัว โดยประกอบด้วยวงกลม 3 วง สีส้ม หมายถึง ยิ้มสยาม รอยยิ้มแห่งไมตรี วงกลมสีม่วง มีรูปร่างเหมือนราชินีผลไม้อย่างมังคุด และสุดท้ายสีแดงที่แสดงถึงรสชาติที่จัดจ้าน หมายความถึงอาหารอันเป็นที่เลื่องชื่อในความเผ็ดร้อนครบรสอย่างต้มยำกุ้ง

    DOWNLOAD LOGO